Complete 12 English Tenses › Past perfect
ถ้าเรายังจำกันได้ present perfect tense เป็น tense ที่ใช้"เพื่ออธิบายการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต แต่ยังมีความเกี่ยวข้องหรือมีผลกับปัจจุบัน" ซึ่งจะแตกต่างกับ past perfect tense ที่จะใช้อธิบาย การกระทำหรือเหตุการณ์ที่สิ้นสุดลงไปแล้วก่อนอีกหนึ่งเหตุการณ์หรือช่วงเวลาในอดีต และ perfect tense ทั้งหลายก็มีความเหมือนกันตรงที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการกระทำมากกว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆค่ะ
ฟังดูแล้วอาจจะยังงงๆบ้าง ลองมาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ
ตัวอย่างที่ 1
Present perfect: She has finished her homework. เธอทำการบ้านแล้ว
แปลว่า เธอทำการบ้านเสร็จแล้ว และความสำคัญของประโยคนี้คือผลลัพธ์ของสิ่งที่เธอทำต่อปัจจุบัน ก็คือการบ้านของเธอเสร็จแล้ว
Past perfect: She had finished her homework before her friends arrived.
แปลว่า เธอทำการบ้านของเธอเสร็จแล้วก่อนที่เพื่อนของเธอจะมาถึง ในประโยคนี้ ใจความสำคัญจะอยู่ที่การทำการบ้านเสร็จสิ้นก่อนที่เพื่อนจะมาถึง (อีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต)
ตัวอย่างที่ 2
Present perfect: I have traveled to Japan twice.
ฉันเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นมาสองครั้ง ในประโยคนี้ ไม่ได้มีการระบุช่วงเวลาที่เจาะจง แต่มีความเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
Past perfect: I had traveled to Japan twice before we moved to Canada.
ฉันเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นสองครั้งก่อนจะย้ายไปอยู่ที่แคนาดา ในตัวอย่างนี้ ในปัจจุบันอาจจะเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้ว 5 ครั้งก็ได้ แต่ก่อนจะไปเที่ยวแคนาดา เคยไปญี่ปุ่นมา 2 ครั้ง
ตัวอย่างที่ 3
Present perfect: They have left the party.
พวกเขากลับไปจากงานเลี้ยงแล้ว
Past perfect: By the time I arrived, they had left the party.
พอฉันไปถึงที่งานเลี้ยง พวกเขาก็กลับไปแล้ว
past perfect tense มักจะใช้โดยที่ไม่ได้มีการระบุเวลาชัดเจน เพราะให้ความสำคัญกับลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้ให้ความสำคัญกับเวลาที่เกิดขึ้น และถ้าหากว่าเราต้องการสื่อสารในเรื่องที่เวลาเป็นสิ่งสำคัญ การใช้ simple past tense จะฟังดูเป็นธรรมชาติกว่าค่ะ ลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ
He had left at 3:00 p.m. yesterday. -> He left at 3:00 p.m. yesterday.
ทั้งสองประโยคมีความหมายเหมือนกันว่าเขาได้ออกจากงานเลี้ยงไปตอนบ่ายสามเมื่อวานนี้ การใช้ simple past tense ในประโยคหลังจะเป็นธรรมชาติมากกว่านะคะ
They had left the party at 1:00 a.m. by the time I got there. -> They left the party at 1.00 a.m. by the time I got there.
พวกเขาได้ออกจากงานเลี้ยงไปแล้วตอนตึหนึ่งก่อนที่ฉันจะไปถึงที่งาน ฟังดูซ้ำซ้อนใช่ไหมคะ ประโยคหลังดูเป็นธรรมชาติมากกว่า แค่จะบอกว่า พวกเขาออกจากงานเลี้ยงไปตอนตึหนึ่งก่อนผมจะไปถึง
อีกหนึ่งตัวอย่างที่จะช่วยให้เราเข้าใจได้มากขึ้นคือการเปรียบเทียบระหว่าง present perfect tense และ past perfect tense ที่ใช้คู่กับ simple past tense ค่ะ
Present perfect tense: You have changed a lot since we last met.
คุณเปลี่ยนไปเยอะหลังจากที่เราเจอกันครั้งล่าสุด - present perfect tense จะเชื่อมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตกับปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการพบกับครั้งล่าสุดจนถึงปัจจุบัน
Past perfect tense: You had changed a lot before we last met.
คุณเปลี่ยนไปเยอะก่อนที่เราจะเจอกันครั้งล่าสุด - past perfect tense จะใช้แสดงถึงการกระทำที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงไปแล้วจนกระทั่งอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น จากประโยคนี้ เขาอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยหลังจากที่เจอกันครั้งล่าสุดค่ะ
ถ้าหากว่าเราจะลองวาดเส้นเวลาเพื่ออธิบาย tense ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จะออกมาประมาณนี้ค่ะ
สร้างประโยค past perfect tense จากคำที่กำหนดให้
คำถามข้อที่ 1 จาก 5
...
คำถามข้อที่ 2 จาก 5
...
คำถามข้อที่ 3 จาก 5
...
คำถามข้อที่ 4 จาก 5
...
คำถามข้อที่ 5 จาก 5
...
🛡 สามารถขอคืนเงินได้