Complete 12 English TensesSimple future

Simple future tense คืออะไร

Simple future tense คืออะไร

มาถึง tense ที่เกี่ยวข้องกับอนาคตกันบ้างแล้วนะคะ โดย tense ในอนาคตจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ เพราะมีการใช้งานที่หลากหลาย ขอให้ทุกคนสู้ไปด้วยกันนะคะ

เริ่มต้นกันด้วย Simple Future Tense โดย tense นี้จะใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเราสามารถพูดถึงอนาคตได้ด้วยคำกริยาช่วย "will" หรือ "be going to"

โครงสร้างประโยค

เมื่อใช้กับคำว่า "will"

โครงสร้างประโยค
ประธาน + will + base verb

เมื่อใช้กับ "be going to"

โครงสร้างประโยค
ประธาน + am/is/are + going to + คำกริยาหลักรูปพื้นฐาน

สังเกตว่า verb to be จะต้องเปลี่ยนไปตามประธานด้วยนะคะ ถ้าหากว่ายังไม่มั่นใจ สามารถกลับไปดูในบทเรียนเรื่อง subject-verb agreement นะคะ

ตัวอย่างประโยค

สังเกตว่านอกจากคำว่า will กับ be going to แล้ว ส่วนที่เหลือของประโยคไม่แตกต่างกันเลยค่ะ

ประธาน ใช้กับคำว่า "will" ใช้กับ "be going to"
I I will visit the museum tomorrow. I am going to visit the museum tomorrow.
You You will visit the museum tomorrow. You are going to visit the museum tomorrow.
He/She/It He will visit the museum tomorrow. He is going to visit the museum tomorrow.
We We will visit the museum tomorrow. We are going to visit the museum tomorrow.
They They will visit the museum tomorrow. They are going to visit the museum tomorrow.

เราใช้ Simple Future Tense กับเรื่องอะไรบ้าง

ทั้งคำว่า will และ be going to แม้ว่าจะมีความหมายว่า "จะ" แต่แน่นอนว่าคำนี้เป็นคำที่มีความหมายแตกต่างกันไปตามบริบทนะคะ เราลองมาดูความแตกต่างของทั้งสองคำนี้กันดีกว่าค่ะ

เมื่อไหร่ที่จะใช้กับคำว่า "will"

  • การตัดสินใจในขณะที่กำลังพูดอยู่

    • I’m tired. I will take a nap.

      ฉันเหนื่อย ฉันจะไปงีบสักหน่อย

  • ใช้ทำนายหรือสันนิษฐานในสิ่งที่ไม่แน่นอน

    • It will rain tomorrow.

      พรุ่งนี้ฝนจะตก

    • She will win the competition.

      เธอจะชนะการแข่งขัน

  • คำสัญญา การเสนอตัว คำขอร้อง

    • I will help you with your homework.

      ฉันจะช่วยเธอเรื่องการบ้านของเธอ

    • I will give you a ride to the airport.

      ฉันจะขับรถไปส่งเธอที่สนามบิน

เมื่อไหร่ที่เราจะใช้ "be going to"

  • การวางแผนหรือการตั้งใจทำบางอย่างที่แน่นอน

    • I am going to start a new project next week.

      ฉันจะเริ่มโครงการใหม่ในสัปดาห์หน้า

    • They are going to organize a party next week.

      พวกเขาจะจัดงานปาร์ตี้สัปดาห์หน้า

    • She is going to learn French during her gap year.

      เธอจะไปเรียนภาษาฝรั่งเศสในช่วงปีที่เธอว่าง

  • การทำนายที่มีหลักฐานมาสนับสนุน สังเกตถึงความแตกต่างกับการทำนายด้วยคำว่า "will" นะคะ

    • Look at those clouds! It is going to rain soon.

      ดูก้อนเมฆพวกนั้นสิ ฝนกำลังจะตก

ในการใช้ simple future tense เพื่อการทำนายบางสิ่ง เราสามารถใช้ทั้งคำว่า "will" และ "be going to" โดยที่ความหมายของประโยคไม่ได้มีความแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
- She will win the competition.
- She is going to win the competition
ทั้งสองประโยคมีความหมายเหมือนกัน ก็คือ (ผู้พูดเชื่อว่า)เธอจะชนะการแข่งขัน

เทียบการใช้ "will" และ "be going to"**

หมวด "Will" "Be going to"
การตัดสินใจฉับพลัน ใช้กับการตัดสินใจในขณะที่พูด ไม่ใช้กับการตัดสินใจขณะที่พูด
การวางแผน ไม่ค่อยใช้กับการวางแผนหรือเรื่องที่ตั้งใจจะทำ ใช้เพื่ออธิบายการกระทำที่วางแผนไว้ชัดเจน หรือแสดงถึงความตั้งใจ
การทำนาย การทำนายทั่วๆไป การทำนายโดยมีหลักฐานมาสนับสนุน

ตัวอย่าง

  • การตัดสินใจขณะที่กำลังพูด: "I will travel to Japan." - ฉันจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ประโยคนี้ ผู้พูดอาจจะยังไม่ได้วางแผนอะไรนัก แค่คิดว่าสักวันหนึ่งจะไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเมื่อไหร่ กับใคร
  • มีการวางแผน: "I am going to travel to Japan." - ประโยคนี้ จะแปลได้ความหมายเดียวกันเลยคือ ฉันจะไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่อาจจะรู้อยู่แล้วว่าจะไปเที่ยวช่วงไหน ไปกับใคร บ่อยครั้งเมื่อมีการใช้ be going to เรามักจะอธิบายถึงรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย เช่น I am going to travel to Japan with by husband next summer. ฉันจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกับสามีช่วงฤดูร้อนหน้า

ความแตกต่างระหว่าง Simple Future Tense และ Simple Present Tense

  • ใช้ Simple Present กับอะไรที่มีการวางแผน หรือกำหนดการ

    • The meeting starts at 9 AM tomorrow.
      การประชุมจะเริ่มเวลา 9 โมงเช้าในวันพรุ่งนี้ (แม้ว่าการประชุมจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เราสามารถใช้ simple present tense ได้ค่ะ)
    • The train leaves at 5 PM.
      รถไฟจะออกตอนเวลา 5 โมงเย็น (ประโยคนี้หมายถึงว่ารถไฟจะออกเวลา 5 โมงเย็นเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว)
  • ใช้ Simple Future ในเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยที่ไม่ได้มีกำหนดการ หรือไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ

    • We will discuss the project tomorrow.
      เราจะคุยกันเรื่องโครงการในวันพรุ่งนี้
    • The train will leave at 5 PM today.
      รถไฟจะออกตอนเวลา 5 โมงเช้าในวันพรุ่งนี้เย็นวันนี้ เมื่อเทียบกับตัวอย่าง simple present tense ด้านบน ประโยคนี้จะพูดถึงแค่การออกเดินทางของรถไฟในวันนี้เท่านั้น

คำถามฝึกทักษะ

สร้างประโยคด้วย simple future tense จากคำที่กำหนดให้

คำถามข้อที่ 1 จาก 5
...

คำถามข้อที่ 2 จาก 5
...

คำถามข้อที่ 3 จาก 5
...

คำถามข้อที่ 4 จาก 5
...

คำถามข้อที่ 5 จาก 5
...

บทเรียนนี้ถูกล็อก

$9.95
Buy this course 🔥 Get premium instead
  • ♾ เข้าถึงได้ตลอดชีพ
  • 🔄 อัปเดตเนื้อหาใหม่ฟรี

🛡 สามารถขอคืนเงินได้

0/5 answered