Practice TOEIC Questions › Reading - Reading Comprehensive
พาร์ทนี้คือพาร์ทที่ยาวที่สุดและเป็นพาร์ทสุดท้ายของข้อสอบทั้งหมด โดยข้อสอบจะเป็นลักษณะเนื้อความเดี่ยวและชุดเนื้อความหลายชุดที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งมีทั้งอีเมล โฆษณา บทความ ประกาศ แชทข้อความ รีวิวออนไลน์ และแบบฟอร์มต่างๆ และคำถามจะเป็นการทดสอบการอ่านจับใจความ มีทั้งหมด 54 ข้อ
พาร์ท 5 6 และ 7 ใช้เวลา 75 นาทีร่วมกัน ซึ่งพาร์ทนี้ กินเวลามากที่สุดในพาร์ท reading และการทำข้อสอบไม่ทันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลายๆคนเสียคะแนนไปกับการสอบ TOEIC
เนื้อความเดี่ยว เป็นเอกสารเดี่ยวๆ เช่น อีเมล บทความ โฆษณา หรือประกาศ ตามด้วยคำถาม 2 ถึง 4 ข้อ
เนื้อความคู่ เป็นเอกสาร 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องกัน เช่น อีเมลกับอีเมลตอบกลับ หรือโฆษณากับคำถามจากลูกค้า มาพร้อมคำถาม 5 ข้อ
เนื้อความสาม เป็นเอกสาร 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกัน เช่น ประกาศ ตารางเวลา และอีเมลติดตามผล มาพร้อมคำถาม 5 ข้อ
สำหรับคำถามที่เป็นข้อความหลายชุดมักจะมีคำถามที่เราต้องอ้างอิงข้ามเอกสารด้วย
ใจความหลักและจุดประสงค์ เช่น "What is the purpose of this email?" (จุดประสงค์หลักของอีเมลฉบับนี้คืออะไร)
หารายละเอียด เช่น "What is included with the order?" (ในคำสั่งซื้อมีข้อมูลอะไรรวมอยู่ด้วย)
การอนุมาน เช่น "What can be inferred about the company?" (เราสามารถบอกอะไรได้บ้างเกี่ยวกับบริษัทนี้)
คำศัพท์ในบริบท เช่น "The word 'address' in paragraph 2, line 3, is closest in meaning to..." (คำว่า address ในข้อความที่ 2 แถวที่ 3 มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า)
ไม่ใช่/ยกเว้น เช่นคำถามว่า "What is NOT mentioned as a benefit of the program?" (อะไรที่ไม่ใช่ประโยชน์ของโปรแกรมนี้) คำถามประเภทนี้จะให้เราหาตัวเลือกที่ไม่เป็นจริง ซึ่งหมายความว่าเราต้องเช็คตัวเลือกทั้ง 4 ตัวกับเนื้อความที่ได้รับ
อ้างอิงข้ามข้อความ จะมีคำถามเช่น "According to both the email and the schedule, when will the shipment arrive?" (จากข้อมูลในอีเมลทั้งสองฉบับและกำหนดการ พัสดุจะมาถึงเมื่อใด) ซึ่งเราต้องอ่านข้อความทั้งหมดเพื่อตอบคำถามประเภทนี้
คำตอบที่เป็นจริงแต่ไม่เกี่ยวกับคำถาม บางครั้งตัวเลือกทั้งหมดเป็นความจริงตามข้อความที่เราได้มา แต่ไม่ตรงกับสิ่งที่คำถามกำลังถามอยู่ ให้เราอ่านคำถามซ้ำก่อนที่จะทำการเลือกคำตอบที่เราคิดว่าถูกต้อง
ต้องอ้างอิงข้ามเอกสาร ในคำถามที่มีหลายชุดข้อความ คำตอบบางทีหาไม่ได้จากเอกสารฉบับเดียว เราต้องเอารายละเอียดจากเอกสารหนึ่งมารวมกับรายละเอียดจากอีกเอกสารหนึ่งเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง
ความสับสนกับคำถามแบบ "ไม่ใช่/ยกเว้น" เมื่อเจอคำถามแบบนี้จะใช้เวลานาน เพราะเราต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลือกทุกข้อ
ความหมายของคำศัพท์ในบริบท vs. ความหมายในพจนานุกรม คำถามประเภทนี้จะมาพร้อมกับการใช้คำศัพท์ที่ต้องอ่านจากข้อความเพื่อหาความหมายที่ผู้เขียนใช้ เช่นคำว่า "address" ที่แปลว่า "ที่อยู่" กับ "address" ที่แปลว่า "จัดการกับ(ปัญหา)" ทำให้เราต้องย้อนกลับไปอ่านประโยคและบริบทรอบ ๆ อีกครั้ง