Complete 12 English Tenses › Present perfect
เราได้ทำความเข้าใจการสร้างประโยคปฏิเสธแบบพื้นฐานในภาษาอังกฤษด้วยการเติมคำว่า "not" หลังคำกริยาช่วยในประโยค ซึ่งเราสามารถสร้างประโยคปฏิเสธกับ present perfect tense ด้วยวิธีเดียวกันได้ด้วยการเติมคำว่า "not" ต่อท้ายคำกริยาช่วย ซึ่งในกรณีนี้คือคำว่า has หรือ have ตามประธานของประโยค
สังเกตคำกริยาช่วยในแต่ลประโยคที่เน้นด้วยสีเหลือง และคำว่า not (หรือรูปย่อในลักษณะ n't) ด้วยสีแดง
She has finished her homework. เธอทำการบ้านเสร็จแล้ว
They have watched the movie. - พวกเขาเคยดูหนังเรื่องนี้แล้ว
I have had lunch. - ฉันกินข้าวเที่ยงแล้ว
ในประโยคนี้ สังเกตว่า have คำแรกคือคำกริยาช่วยของประโยค จะอยู่ในรูปพื้นฐาน และคำว่า have ที่เป็นคำกริยาหลักเปลี่ยนรูปเป็นคำกริยาช่องที่ 3 ซึ่งในประโยคนี้มีความหมายว่ากินค่ะ
I have been to Paris. - ฉันเคยไปปารีสมาแล้ว
We have been friends for many years. - เราเป็นเพื่อนกันมาหลายปีแล้ว
ในประโยคที่ 4 และ 5 คำกริยาหลักของประโยคคือ verb to be ซึ่งมีการใช้งานที่หลากหลาย ในประโยคที่ 4 ความหมายของ verb to be ในประโยค คือแสดงถึงสถานที่ที่อยู่ เมื่อใช้กับ present perfect tense จึงสื่อความหมายว่าเราเคยอยู่ในสถานที่นั้น (เกิดขึ้นแล้วในอดีต และจบลงแล้ว)
ประโยคที่ 5 เป็นการใช้ verb to be เพื่อแสดงถึงสถานะ เช่นประโยค We are friends ที่แปลว่า เราเป็นเพื่อนกัน แม้ว่าในประโยคที่ 5 การเป็นเพื่อนกันนั้นเกิดขึ้นและยังไม่สิ้นสุดลง แต่ความหมายของคำนี้ เป็นคำกริยาประเภท stative verb หรือคำกริยาแสดงสภาวะ เช่นในประโยคนี้ เราคงนึกการกระทำที่บอกว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ออกใช่ไหมคะ ลักษณะนี้ เราสามารถใช้ present perfect tense ได้ และเราจะพูดถึงเรื่องของ stative verb ในช่วงหลังของคอร์สนะคะ
เลือกประโยคปฏิเสธที่ถูกต้องตามประโยคที่ให้มา
คำถามข้อที่ 1 จาก 4
...
คำถามข้อที่ 2 จาก 4
...
คำถามข้อที่ 3 จาก 4
...
คำถามข้อที่ 4 จาก 4
...
🛡 สามารถขอคืนเงินได้