Complete 12 English TensesPresent perfect

What is present perfect tense

Present perfect tense คืออะไร

Present perfect tense จะใช้เพื่อการอธิบายกิจกรรมหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต แต่ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน เวลาใช้ present perfect tense ใจความสำคัญของการสื่อสารมักจะอยู่ที่ผลลัพธ์ของสิ่งที่เกิดขึ้น มากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โครงสร้างประโยค
ประธาน + has/have (คำกริยาช่วย) + คำกริยาช่อง 3

ลักษณะที่โดดเด่นของ present perfect tense คือ

  1. มีความเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
  2. ไม่ได้เจาะจงถึงเวลาที่เกิดขึ้น หากมีการพูดถึงเวลา ก็จะเป็นการพูดถึงอย่างกว้างๆ
  3. ใจความสำคัญอยู่ที่ผลลัพธ์ของการกระทำ
  4. บ่อยครั้งจะใช้กับคำขยาย เช่น "just" (พึ่งจะ) "already" (เรียบร้อยแล้ว) "yet" (ยัง) "ever" (เคย) "never" (ไม่เคย) "for" (เป็นเวลา) และ "since" (ตั้งแต่)

การใช้งานที่พบได้ทั่วไป

  1. ใช้อธิบายการกระทำที่ส่งผลต่อปัจจุบัน

    • I have lost my car key. - ฉันทำกุญแจรถหาย ซึ่งตอนนี้ยังหาไม่เจอ ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน การทำหายได้เกิดขึ้นแล้ว และยังส่งผลถึงปัจจุบัน
    • I have not had lunch yet. - ฉันยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย และตอนนี้อาจจะหิวมากด้วย
    • You have never met him before. - ฉันยังไม่เคยพบเขามาก่อน และไม่รู้ว่าเขาคือใคร
  2. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยไม่ได้เจาะจงถึงเวลาที่เกิดขึ้น

    • He has read that book. - เขาอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว (จะอ่านตอนไหนก็ไม่สำคัญ)
    • I haven't taken a bath today yet. วันนี้ ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลย (แม้ว่าจะใช้คำว่า "today" เพื่ออธิบายถึงเวลา แต่ใจความสำคัญของประโยคคือการที่ฉันยังไม่ได้อาบน้ำ)
  3. เล่าถึงประสบการณ์ในชีวิต

    • She has won several awards. - เธอได้รับรางวัลมาแล้วหลายรางวัล
    • I have seen the Eiffel Tower. - ฉันเคยเห็นหอไอเฟลแล้ว
    • He has never had sushi. - เขาไม่เคยกินซูชิ
    • I have been to Korea. - ฉันเคยไปเกาหลี
    • I haven't been to Japan. - ฉันไม่เคยไปญี่ปุ่น
  4. กิจกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และยังดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน

    • He has worked here for five years. - เขาทำงานที่นี่มาแล้ว 5 ปี

คำกริยาช่อง 3 คืออะไร

คำกริยาช่อง 3 หรือเรียกอีกอย่างว่า past participle เป็นคำกริยาที่ใช้กับ perfect tense (present perfect, past perfect, future perfect) และใช้กับประโยค passive voice (ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ เราจะพูดถึงเรื่องนี้ในคอร์สอื่นนะคะ) ซึ่งคำกริยาช่อง 3 จะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ regular verb ที่มักจะตามด้วย "-ed" คำกริยาพื้นฐาน และคำกริยา irregular verbs ที่การเปลี่ยนแปลงระหว่างรูปจะไม่มีรูปแบบตายตัว ตัวอย่างเช่น

Regular verbs

คำกริยา V2 V3 ความหมาย
allow allowed allowed อนุญาต
believe believed believed เชื่อ
look looked looked มอง

Irregular verbs

คำกริยา V2 V3 ความหมาย
has/have had had
be (is, am, are) was/were been
become became become กลายเป็น

100 คำกริยาที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษ 100 คำกริยาที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษ พร้อมรูปแบบช่อง 2 และช่อง 3

คำถามฝึกทักษะ

สร้างประโยค present perfect tense จากคำที่กำหนดให้

คำถามข้อที่ 1 จาก 4
...

คำถามข้อที่ 2 จาก 4
...

คำถามข้อที่ 3 จาก 4
...

คำถามข้อที่ 4 จาก 4
...

บทเรียนนี้ถูกล็อก

$9.95
Buy this course 🔥 Get premium instead
  • ♾ เข้าถึงได้ตลอดชีพ
  • 🔄 อัปเดตเนื้อหาใหม่ฟรี

🛡 สามารถขอคืนเงินได้

0/4 answered